fbpx

การกำจัดขนด้วยเทคโนโลยีเลเซอร์ ไม่ปลอดภัยเสมอไป

“เมื่อวันก่อนหมอมีคนไข้มาหาด้วยปัญหารอยไหม้บริเวณขาเนื่องจากไปกำจัดขนหน้า แข้งด้วยเลเซอร์ ลองเพาซ์แยค ( Long Pusle YAG ) ยี่ห้อหนึ่ง ซึ่งคนไข้ได้ถามหมอว่าเป็นเพราะอะไรทำไมถึงเกิดรอยไหม้ได้เพราะคนไข้เคยทำเลเซอร์Gentle YAG กับหมอมาก่อน( ซึ่งเป็นเลเซอร์กลุ่มลองเพาซ์แยกเหมือนกัน) แต่ไม่มีปัญหาแต่อย่างไร”

เพราะเหตุใดเลเซอร์ลองเพาซ์แยค Long Pusle YAG ที่มี่ความยาวคลื่นเท่ากันคือ 1064 nm แต่มีประสิทธิภาพและความปลอดภัยต่างกัน

หมออธิบายง่ายๆครับในความเหมือนที่ แตกต่างใน5 ประเด็น

1. ช่วงคลื่นเดียวกันแต่ประสิทธิภาพต่างกัน
a. หากเราฟังเพลงจากคลื่นวิทยุเช่น FM 94 เหมือนกันแต่ทำไมฟังในเครื่องรับที่เป็นมือถือเสียงดีสู้เครื่องรับที่เป็น วิทยุอย่างดีไม่ได้ เปรียบเสมือนเลเซอร์ที่มีช่วงคลื่นที่เท่ากันแต่เครื่องมือที่ส่งพลังงานออก มาต่างกันทำให้ประสิทธิภาพต่างกัน ดังนั้นในการเลือกใช้เครื่องมือถึงแม้มีความยาวคลื่นเท่ากันแต่ไม่ได้หมาย ความว่าผลออกมาจะดีเหมือนกัน

2. กำจัดขนอย่างไร ไม่ไหม้
a. เครื่องเลเซอร์ที่ดีจะต้องมีระบบป้องกันผิวชั้นบนที่ดี ระบบป้องกันการไหม้ในปัจจุบันที่ดีที่สุดก็คือ ระบบพ่นความเย็นแบบละเอียดจากหัวเลเซอร์ ( DCD dynamic cooling device ซึ่งเป็นสิทธิบัตรของบริษัทcandela USA มีอยู่ในเลเซอร์ Vbeam Smoothbeam และ GentleYAG) ยังมีระบบให้ความเย็นรูปแบบอื่นเช่น การพ่นลมเย็นธรรมดา ( air cooling ) หรือการใช้แผ่นโลหะเย็นประคบก่อนยิงเลเซอร์ ( contact cooling ) ส่วนการใช้เจลเย็นทาหน้าก่อนทำ IPL เป็นการให้ความเย็นป้องกันผิวไหม้ แต่การทาเจลเย็นทำให้คุมอุณหภูมิยาก การทำ IPL จึงไหม้ได้ง่าย

3. เลือกช่วงคลื่นไหนดี
a. ดั่งการฟังเพลงคลื่นที่เปิดเพลงดีย่อมทำให้ผู้ฟังชื่นชอบ ช่วงคลื่นที่นำมาใช้ในการกำจัดขนปัจจุบันมีการนำมาใช้มี 4 ช่วงคลื่น 755nm 810nm 1064nm และ IPL หากเทียบความประสิทธิภาพและความปลอดภัยในผิวคนไทย( skintype 4 ) จะเรียงลำดับดังนี้ 1064nm ปลอดภัยที่สุด รองลงมาได้แก่ 810nm 755nm และ IPL

4. เครื่องมือแต่ละชนิดมีความต่างกันอย่างไร
a. เหมือนมือถือแต่ละยี่ห้อก็จะมี option ต่างๆกันเช่นมี wifi, Bluetooth เครื่องเลเซอร์ก็เหมือนกัน เลเซอร์กำจัดขนที่ดีต้องมีหัวยิงเลเซอร์ ( spot size ) ที่ใหญ่เพื่อความเร็วและประสิทธิภาพที่ดีกว่า หัวยิงที่ใหญ่จะทำให้แสงเลเซอร์ลงไปในผิวหนังได้ลึกกว่าหัวยิงเล็ก ระบบป้องกันผิวไหม้ ถ้าเป็นระบบ DCD จะปลอดภัยที่สุด ถ้าไม่มีระบบทำความเย็นในตัวเครื่องเลยก็จะทำให้เกิดการไหม้ง่าย

5. ราคาค่ารักษา
a. จะพบว่าค่ารักษาในปัจจุบันจะแตกต่างกันมากอาจเริ่มต้นตั้งแต่ 1,000 บาทจนถึง 5,000 บาทในการกำจัดขนรักแร้ 2,000 บาทจนถึง 20,000 บาทในการกำจัดขนหน้าแข้ง เพราะเหตุใดค่ารักษาจึงได้แตกต่างกันมากเนื่องจาก
เครื่องเลเซอร์ที่ไม่เหมือนกัน IPL จากจีนมีราคาไม่ถึงห้าแสนบาท แต่GentleYAG ราคาไม่น้อยกว่าสามล้านบาท
ค่าใช้จ่ายในระบบทำความเย็น การใช้เจลเย็นอาจมีต้นทุนไม่ถึง 2 บาทแต่ระบบ DCD อาจมีค่าใช้จ่ายถึง 500 บาทต่อครั้ง
ดังนั้นในการทำเลเซอร์กำจัดขนจึงต้องพิจารณาถึงผลได้ผลเสีย เลือกที่ค่าใช้จ่ายถูกอย่างเดียวไม่เป็นผลดีเสมอไป เมื่อเกิดการภาวะแทรกซ้อนอาจต้องเสียค่าใช้จ่ายแพงกว่าก็เป็นได้ ดังนั้นการตัดสินใจทำเลเซอร์จึงต้องไตร่ตรองอย่างรอบคอบเสมอ

ตารางเปรียบเทียบเครื่องมือเลเซอร์กำจัดขน

:: Share This ::

ผิวเนียนสวย ไร้ขน ด้วยเลเซอร์ GentleYAG

หากคุณ..มีผิวสวยแต่ขนยุบยับ
หากคุณ..มีปัญหาในการกำจัดขนด้วยวิธีเก่าๆ
หากคุณ..มีขนคุด
หากคุณ..มีปัญหาสิวใต้คาง
หากคุณ..มีปัญหาเรื่องขน

9 คำตอบทำไมต้อง GentleYAG ที่ SVJ Laser Clinic และ Netanart Clinic เท่านั้น

1. GentleYAG คือคำตอบในการกำจัดขนถาวรทั้งขนรักแร้ ขนหน้าแข้ง ขนบริเวณใบหน้า ขนทุกที่ในร่างกาย
2. GentleYAG เลเซอร์กำจัดขนที่ปลอดภัยและดีที่สุดสำหรับผิว2 สีอย่างคนไทย
3. GentleYAG เลเซอร์ในกลุ่ม LongPulse YAG ไม่ทำให้เกิดสะเก็ดแผลหลังทำเลเซอร์
4. GentleYAG เลเซอร์ที่มีระบบป้องกันผิวหนังที่ทันสมัยที่สุดในการกำจัดขน ไม่ต้องกังวลเรื่องรอยดำหลังทำ
5. GentleYAG 10 นาทีสำหรับขนรักแร้ 20 นาทีสำหรับขนหน้าแข้ง 10 นาทีสำหรับหนวดเครา รวดเร็วไม่เสียเวลาในการรักษา
6. GentleYAG ไม่ต้องเตรียมตัวพิเศษใดๆก่อนและหลังทำเลเซอร์
7. GentleYAG กับการรักษาเพียง 3-5 ครั้งปัญหาเส้นขนจะหมดไป
8. GentleYAG ทำโดยแพทย์เท่านั้นที่ SVJ Laser Clinic และ Netanart Clinic
9. GentleYAG กับ SVJ Laser Clinic และ Netanart Clinic เราเป็นคลินิกแรกในประเทศไทยที่ใช้ GentleYAG

ปัจจุบันการกำจัดขนถาวรด้วยแสงเลเซอร์เป็นที่นิยมอย่างแพร่หลาย มีเครื่องเลเซอร์และ IPL ให้เลือกมากมายในการกำจัดขนในบทความฉบับนี้หมอขอหยิบยกเลเซอร์แต่ละชนิดเพื่อการกำจัดขน

1. Ruby Laser 694nm (เลเซอร์ทับทิม)
ตัวอย่างเลเซอร์ RubyStar , Palomar
เป็นเลเซอร์ที่มีช่วงคลิ่นสั้นที่สุด เป็นแซอร์รุ่นแรกๆในการถอนขน มีผลข้างเคียงสูง (ทำให้ผิวหนังไหม้บ่อย ) ใช้ได้เฉพาะคนผิวขาวเท่านั้น ปัจจุบันไม่เป็นที่นิยม

2. Alexadrite Laser 755nm ( เลเซอร์อเล็กซานไดร์ท )
ตัวอย่างเลเซอร์ GentleLASE ,Apogee,EpiCare LPX
เป็นเลเซอร์ที่มีช่วงคลื่นสั้น จึงใช้ได้ในคนผิวขาว (ผิวชาวยุโรป) ผลข้างเคียงต่ำกว่า Ruby ไม่เหมาะสำหรับผิวคนไทย

3. Diode Laser 800 or 810 nm ( เลเซอร์ไดโอด)
ตัวอย่างเลเซอร์ SLP 1000, F1 Diode, Light Sheer, MeDioStar, LaserLite, Epistar ,Apex 800, eLaser DSL เป็นเลเซอร์ที่มีช่วงคลื่นยาวกว่า Ruby และ Alexandrite ทำให้แสงเลเซอร์ลงไปใต้ผิวหนังได้ลึกกว่าการทำลายรากขนจึงดีกว่า Ruby และ Alexandrite ใช้ได้ดีในคนผิวขาว ส่วนคนผิวสองสีเช่นคนเอเชียต้องระมัดระวังในการทำเลเซอร์ ถือได้ว่าเป็นเลเซอร์ที่ดีที่สุดสำหรับคนยุโรป ในปัจจุบันมีการทำเลเซอร์ diode ให้เวลาการยิงเลเซอร์แต่ละนัดนาน(Long pulse width)ขึ้นทำให้ผลข้างเคียงจากการยิงเลเซอร์ลดลง

4. Nd:YAG Laser 1064nm ( เลเซอร์เอ็นดีแย็ก )
ตัวอย่างเลเซอร์ GentleYAG, CoolGlide, Varia, Athos, Lyra ,Mydon
เป็นเลเซอร์ที่มีความยาวคลื่นยาวที่สุดทำให้แสงเลเซอร์ลงไปใต้ผิวหนังลึกที่สุด สามารถทำลายต่อมขนที่อยู่ลึกๆได้ดีไม่กระทบต่อเซลล์เม็ดสีบนผิวหนัง ด้วยความสามารถนี้ทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนต่ำ สามารถใช้รักษาในคนผิวสีได้ดี ดังนั้นจึงเป็นเลเซอร์ที่ดีที่สุดสำหรับคนไทย

5. IPL
ตัวอย่างIPL Lumenis one, Quantum, Solis, StarLux , MediLux System
ไม่ใช่เลเซอร์แต่เป็นคลื่นแสงรวม ต้องทาเจลเย็นก่อนการรักษาทำให้เกิดความไม่แน่นอนของความเย็นปกป้องผิวเกิดรอยไหม้ได้ง่าย ประกอบกับเทคโนโลยี IPL ในปัจจุบันมีเครื่องเลียนแบบไม่มาตรฐานอยู่มากจึงควรสอบถามแพทย์ก่อนการรักษาทุกครั้ง

บทความโดย
นพ.วิสิฏฐ ศรีสนิท
แพทย์ศาสตร์ รามาธิบดี
Dlploma in Dermatology (Institue of Dermatology BKK)

:: Share This ::