fbpx

ใช้สารเติมเต็มหรือ Filler อย่างไรให้ปลอดภัย

สวัสดีค่ะคุณผู้อ่านทุกท่าน ผ่านเข้าสู่ปีศักราชใหม่ เดี๋ยวนี้เทคโนโลยีทุกแขนงล้วนก้าวไกล ส่วนเทคโนโลยีทางการแพทย์ก็มิใช่น้อยหน้าและผู้คนก็เริ่มตระหนักถึงการรักษาสุขภาพทำให้โดยเฉลี่ยแล้วอายุของคนเรายืนยาวขึ้น และแน่นอนหลาย ๆ คนก็ปรารถนาให้รูปร่างหน้าตานั้นดูอ่อนเยาว์ยิ่งขึ้นเช่นกัน

หลายคนอาจเคยได้ยินเพื่อนฝูง มิตรสหาย พูดถึงว่าคนนั้นคนนี้ไปฉีดโบทอกซ์มา ฉีดฟิลล์เลอร์ชื่อเรสไทเลน ( Restylane) มา บางคนก็คงสงสัยใครรู้อยู่ในใจว่าเจ้าสารชื่อแปลก ๆ นั้น มันคืออะไร ช่วยให้ใบหน้าของเราสวย ดูดีขึ้นได้อย่างไร และมีอันตรายหรือไม่ บางคนก็ได้ทำการปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อสอบถามและรับการรักษาจนหน้าสวยใสไปตามตามกันแล้ว แต่บางคนก็อาจจะยังอาย ไม่กล้าถาม หรือไม่รู้จะถามใคร ดังนั้นหมอจึงขอรวบรวมคำตอบของปัญหาที่โดนถามบ่อย ๆ เพื่อช่วยให้คุณผู้อ่านเข้าใจเรื่องเกี่ยวกับสารฉีดเพื่อฟื้นฟูความเยาว์วัยให้กับใบหน้า โดยในที่นี้จะขอตอบคำถามเกี่ยวกับกลุ่มสารฉีดเพื่อเติมเต็มผิวหนัง ก่อนนะคะ

Filler คืออะไร

ก็คือสารที่ใช้ฉีดเพื่อเติมหรือเสริมในชั้นผิวหนังหรือใต้จากผิวหนัง เพื่อช่วยลด แก้ไข หรือลบเลือนปัญหาบางประการของผิวหนังเช่น รอยย่นจากวัย รอยย่นที่เกิดจากแสงแดด แผลเป็นชนิดหลุม หรือเสริมในบริเวณที่ขาดเช่น ร่องแก้ม ริมฝีปาก คาง และจมูก เป็นต้น

เนื่องจากว่ามีสารในกลุ่มนี้มากมายนับสิบชนิด ดังนั้นจึงเป็นเรื่องสำคัญที่ ทั้งแพทย์ผู้ทำการรักษา และผู้รับคำปรึกษาควรทำความเข้าใจว่าสารตัวไหนที่เหมาะกับปัญหาของเรานะคะ

การฉีด Filler ( ฟิลล์เลอร์) ช่วยทำให้หน้าอ่อนเยาว์ลงจริงหรือ

ก่อนอื่นต้องเข้าใจให้ตรงกันก่อนว่า การรักษาเพื่อทำให้ผิวพรรณอ่อนเยาว์ลงนั้นมีอยู่หลายวิธี เนื่องจากการที่ใบหน้าคนเราดูสูงวัยขี้นนั้นมีองค์ประกอบด้วยกันหลายประการ หากปัญหาคือร่องลึกซึ่งเกิดจากการขาดเนื้อหนังหรือชั้นไขมันที่บริเวณนั้น หรือเนื่อที่เคยอยู่ตรงนั้นมันสลายหายไปหรือห้อยย้อยไป ทำให้ดูสูงวัยขึ้น

การฉีดสารเพื่อเติมเต็มบริเวณนั้นเข้าไปจึงเป็นการแก้ไขทำให้ใบหน้าดูอ่อนเยาว์สดใสขึ้น ซึ่งจะว่าไปก็เป็นหนึ่งในการรักษายอดนิยมเพราะเป็นการรักษาที่เห็นผลชัดเจนทันทีแม้ได้รับการรักษาเพียงครั้งเดียว ให้นึกถึงขนมเทียนชนิดแป้งบาง ๆ หากไส้ขนมตรงไหนน้อยแป้งก็จะบุ๋มลงไปได้ คล้าย ๆ กับผิวหนังของเราที่หากเนื้อในชั้นผิวหนังหรือใต้ผิวหนังบริเวณใดน้อยลง ผิวหนังด้านบนก็จะเป็นร่อง หรือริ้วรอยได้

ตำแหน่งที่สามารถแก้ไขได้ด้วยสาร filler
ร่องแก้ม รอยใต้ตา รอยย่นหน้าผาก เสริมจมูก เติมริมฝีปาก จัดรูปคาง

ฟิลล์เลอร์ มีกี่ประเภท มีอะไรบ้าง

คำถามนี้หากตอบกันจริง ๆ ก็ คงจะยาวเลยล่ะค่ะ เพราะว่า เราอาจจัดกลุ่มแบ่งเป็นพวก

แบ่งตามสภาวะเวลาที่สารคงอยู่หลังฉีดเข้าร่างกาย เช่น ชนิดถาวร ชนิดกึ่งถาวร และ ชนิดชั่วคราว
แบ่งตามสภาวะที่ร่างกายตอบสนอง คือ สารที่จะถูกร่างกายย่อยสลายไป และสารที่ไม่สามารถถูกย่อยสลายได้
แบ่งตามจุดกำเนิดของสาร คือสารนี้มีที่มาจากไหน จากตัวผู้รับการรักษาเอง จากมนุษย์คนอื่น จากสัตว์ หรือ จากแบคทีเรีย
แบ่งตามชนิดของโมเลกุลสารที่ประกอบเป็นตัวเจลฟิลล์เลอร์ เช่น คอลลาเจน, ไฮอาลูโรนิค แอซิด แคลเซียมโฮดรอกซิลเลพพิไทท์, สารสังเคราะห์โพลีเอคริลาไมด์ ตลอดจนซิลิโคน เป็นต้น
หากท่านผู้อ่านสนใจอยากทราบยี่ห้อและชนิดของสารฉีดประเภทต่าง ๆ ให้ดูจากตารางข้างล่างนะคะ หมอเห็นว่า การจัดชั้นวรรณะของสารแต่ละประเภทแต่ละยี่ห้อนั้น ยังสำคัญไม่เท่ากับ การที่เราทราบว่าสารสำหรับฉีดชนิดนั้นควรมีคุณสมบัติอย่างไร จึงจะดีที่สุดซึ่งเป็นคำถามในข้อถัดไปค่ะ

Aquamid ( Ferrosan NS, Copenhagen, Denmark)
5% polyacrylamide polymer with 97.5% water
Lumping, inflammatory reaction,
Not FDA approved

Radiesse (Bioform)

Calcium hydroxylappetite in aqueous gel
Completely biocompatible. Degrade slowly over years for longer lasting, semi permanent effect.
FDA approved for bladder neck augmentation, vocal cord augmentation, and periodontal defects. Soft tissue augmentation is off label use.

ฟิลล์เลอร์ ที่ดีควรมีคุณสมบัติอย่างไร

โดยสรุปแล้วสารที่สามารถนำมาใช้ฉีด ( filler) ควรมีคุณสมบัติดังนี้

Safety ปลอดภัย
effectiveness มีประสิทธิภาพ
reproducible technique and result มีผลสำเร็จที่คงที่และทำซ้ำได้
High use potential and Low abuse potential เป็นสารที่นำมาใช้ประโยชน์ได้มากและนำไปใช้ในทางที่ผิดได้น้อย ยกตัวอย่างเช่น หลายสิบปีก่อน มีการใช้ซิลิโคนชนิดฉีดกันอย่างแพร่หลาย แต่น่าเสียดายที่มีคนนำไปใช้อย่างไม่ระมัดระวังและมีการปลอมปนสาร ทำให้สารนั้นถูกห้ามใช้ในเวลาต่อมาในบางประเทศ
Non toxic, non carcinogenic and non teratogenic. สารนั้นต้องไม่ใช่สารพิษ หรือถูกร่างกายย่อยเปลี่ยนเป็นสารที่มีพิษ สารก่อมะเร็ง และสารที่ทำให้ตัวอ่อนในครรภ์พิการ
Nonmigratory ฉีดที่ไหนอยู่ที่นั่น มิใช่ว่าสองเดือนถัดมาห้อยย้อย
Cost effective เรื่องค่าใช้จ่าย ไม่ใช่ว่าค่าใช้จ่ายต่ำกว่าแปลว่าคุ้มค่า หากค่าใช้จ่ายสูงกว่าและดีกว่าก็เหมาะสมกว่าที่จะใช้สารตัวนั้น
Physiologic, non immunogenic and biocompatible สารควรเข้ากับร่างกายเราได้ สารบางประเภทจะมีโครงสร้างต่างกันหากถูกสร้างโดยต่างสปีชีส์ เช่น จากมนุษย์กับสัตว์ซึ่งก่อให้เกิดอาการแพ้ได้
ในทางกลับกัน มีสารบางประเภท เช่น ไฮอาลูโรนิค แอซิด ซึ่งโครงสร้างโมเลกุลเหมือนกันแม้มาจากต่างที่

Relatively long lasting หลังฉีดสารควรอยู่ได้นานพอควร หากอยู่สั้นเกินก็ต้องฉีดบ่อยเจ็บตัวบ่อย อยู่นานถาวรตราบชั่วฟ้าดินสลายก็อาจเกิดการอักเสบขึ้นภายหลัง ชนิดเป็นตุ่มก้อน ( granuloma ) หรือเมื่อหน้าเราเปลี่ยน เช่นผอมลง ที่เคยฉีดไว้หลายปีก่อนที่เคยสวยก็อาจดูผิดที่ผิดทางได้
FDA approved ได้รับการรับรองจากองค์การอาหารและยาของประเทศนั้น ๆ สำหรับประเทศไทยสารฉีดที่ได้รับการรับรองได้แก่ Restylane เท่านั้น
อย่างไรก็ตามสารฉีดแต่ละตัวที่มีในปัจจุบันก็อาจจะมีคุณสมบัติเด่นด้อยกว่ากันในบางข้อ อาจไม่ได้สมบูรณ์แบบทุกประการ เป็นหน้าที่ของแพทย์ผู้รักษาที่จะเลือกใช้สารที่เหมาะสมที่สุดแก่ผู้รับการรักษา ในขณะเดียวกันคนไข้เองก็ควรซักถามข้อสงสัยให้กระจ่างก่อนรักษานะคะ

เรสไทเลน ทำมาจากสารอะไร

เป็นสารประกอบน้ำตาลเชิงซ้อน เรียกว่า ไฮอาลูโรนิค แอซิด ( HA, hyaluronic acid ) ซึ่งปกติแล้วเป็นส่วนประกอบของผิวหนังของคนเราตามธรรมชาติอยู่แล้ว มีคุณสมบัติในการดึงดูดน้ำ ทำให้ผิวหนังอิ่มเอิบ ยืดหยุ่นชุ่มชื่น

มีฟิลล์เลอร์ หลายยี่ห้อ ที่ประกอบไปด้วยสาร HA สำหรับเรสไทเลนเองทำจากไบโอเทคโนโลยี สกัดเอา เฉพาะHA จากแบคทีเรียชนิดหนึ่งและนำมาทำให้เป็นเจลใสและฆ่าเชื้อโรคทำให้คงสภาพในผิวเราได้นาน

ต้องฉีดเรสไทเลนกี่ครั้ง จึงจะเห็นผล และต้องทำบ่อยแค่ไหน

หลังจากการฉีดเมื่อเนื้อสารเข้าไปอยู่ในตำแหน่งที่ต้องการแล้วก็จะเห็นการเปลี่ยนแปลงทันที แต่คุณผู้อ่านต้องนึกภาพตามนะคะว่าวันแรก เนื้อเราอาจจะมีอาการบวมร่วมด้วย แพทย์มักจะให้รอดูผลลัพธ์ประมาณวันที่ 5 ค่ะซึ่งตอนนั้นน้ำที่บวมอยู่ก็จะหมดไปแล้ว หากยังต้องแต่งเติมตรงไหนก็จะทำเพิ่มได้ค่ะ

ผลจะคงอยู่ประมาณ 6 เดือนหลังจากฉีดค่ะ จะมากหรือน้อยขึ้นกับร่างกายของแต่ละคนและบริเวณที่ฉีด หากกล้ามเนื้อเคลื่อนไหวมากสารมักสลายหมดลงก่อนบริเวณอื่น

ค่าใช้จ่ายในการฉีด restylane แพงไหม และทำอย่างไรจึงจะได้ราคาที่คุ้มที่สุด

ก่อนอื่นต้องขออธิบายว่าปัจจุบัน มี เรสไทเลน อยู่สามประเภทได้แก่ Restylane, Restylane touch และRestylane Perlane ทั้งหมดเป็นโมเลกุลน้ำตาลเหมือนกันแต่ต่างกันที่ขนาดของเนื้อเจล (gel particle) โดย Restylane touch จะเหมาะกับร่องตื้นที่สุด ส่วน restylane Perlane จะเหมาะกับการฉีดในระดับลึกที่สุดค่ะ สำหรับค่าใช้จ่ายของทั้งสามตัวนี้จะแตกต่างกันนะคะ

โดยทั่วไป การฉีดRestylane มักมีค่าใช้จ่ายประมาณ 15 000 บาทต่อยาหนึ่งหลอด หากเราใช้ไม่หมดแพทย์มักให้กลับมาฉีดเติมได้โดยใช้ยาหลอดเดิมค่ะ ซึ่งก็จะเป็นของเราคนเดียวไม่สามารถใช้เข็มร่วมกับผู้อื่นได้นะคะเพื่อป้องกันโรคติดต่อค่ะ

ฉีดฟิลล์เลอร์เจ็บมากแค่ไหน และหลังฉีดต้องพักฟื้น นานไหม

ในบางคนไม่กลัวเจ็บก็เพียงแค่ประคบเย็นก่อนฉีด ส่วนบริเวณที่เจ็บมากอาจทายาชาก่อนฉีด หรือฉีดยาชาให้ค่ะ

ก่อนฉีดควรงดยาแก้ปวดแอสไพริน ยาแก้ปวดชนิดไม่ใช่เสตียรอยด์ วิตามินอี สารสกัดใบแปะก๊วย ประมาณ 3 -7 วัน เพื่อลดอาการช้ำหลังฉีด

หลังฉีดแล้วสามารถกลับไปทำงานได้ทันที เพียงแต่จะมีอาการบวมหรือรอยช้ำเล็กน้อย 2-3 วัน มักไม่เกิน 7 วัน คนไข้ไม่ควรดื่มแอลกอฮอล์ และออกกำลังกายหนักใน 48 ชม งดนวดหน้าหนึ่งสัปดาห์ และดื่มน้ำเยอะ ๆ ประมาณ 8 แก้ว ไม่ยากเลยใช่ไหมคะ

คนที่เคยฉีดสารเติมผิว ชนิดอื่นมาก่อนแล้ว สามารถรับการรักษาด้วย restylane ได้หรือไม่คะ

โดยทั่วไปไม่นิยมฉีดซ้ำในบริเวณที่มีฟิลล์เลอร์ชนิดถาวรอยู่ อย่างไรก็ตามควรปรึกษาแพทย์ว่าคุณเคยได้รับการฉีดสารอะไรมาเป็นเวลานานเท่าไรแล้ว และอยู่ในดุลยพินิจของแพทย์ค่ะ

คนที่ฉีดโบทอกซ์อยู่ สามารถรับการรักษาด้วย restylane ควบคู่กันได้ไหมคะ

ถ้าเป็นการแก้ไขคนละบริเวณเช่นใช้โบทอกซ์แก้รอยตีนกาและใช้ฟิลล์เลอร์แก้ไขร่องแก้ม สามารถทำได้เลยในวันเดียวกัน

หากเป็นการฉีดในบริเวณเดียวกัน เช่นหน้าผาก สำหรับคนที่เริ่มฉีดโบทอกซ์ครั้งแรก แนะนำให้ฉีดโบทอกซ์เพื่อคลายกล้ามเนื้อก่อน รอให้โบทอกซ์ออกฤทธิ์เต็มที่ประมาณ 2 สัปดาห์ แล้วค่อยใช้เรสไทเลนแก้ไขบริเวณรอยย่นที่ยังหลงเหลืออยู่ค่ะ

ส่วนคนที่เคยฉีดโบท็อกซ์อยู่แล้วเป็นประจำ ทราบอยู่แล้วว่ารอยตรงไหนที่แก้ด้วยโบท็อกซ์อย่างเดียวไม่หาย ก็สามารถฉีดเรสไทเรนได้เลย จะทำให้เห็นผลชัดเจนมากกว่าการรักษาด้วยอย่างใดอย่างหนึ่งเพียงอย่างเดียวค่ะ

สุดท้ายนี้หวังว่าบทความนี้คงจะเป็นประโยชน์กับผู้อ่านบ้างนะคะ หากยังมีข้อสงสัยประการใดให้สอบถามมายังผู้เขียนหรือทีมแพทย์นีตนาทและ SVJ คลินิค ได้ค่ะ ขอฝากข้อคิดว่า “ ไก่งามเพราะขน คนงามเพราะแต่ง” แต่คนจะสวยให้ครบสูตรต้อง สวยทั้งกายและใจ นะคะ ขอให้คุณผู้อ่านทุกท่านมีความสุขค่ะ ขอบคุณนะคะที่ติดตามอ่านจนจบ

:: Share This ::

อันตรายจากสารฉีดตัวขาว Glutathione

อันสืบเนื่องมาจากข่าวทางหน้าหนังสือพิมพ์เรื่องการฉีดยาทำให้ตัวขาว ทางองค์การอาหารและยาของไทยออกมาเตือนผู้บริโภคให้ระมัดระวังการฉีดสารชนิดนี้ ทาง svjclinic.com ได้ลงบทความเตือนเรื่องการฉีดสารตัวขาวไปเมื่อวันที่ 9 กันยายน 50 บทความฉบับนี้เป็นการย้ำเตือนอีกครั้งถึงการฉีดสารตัวขาวหรือ กลูตาไทโอน ( glutathione )

สารที่ใช้ฉีดชนิดนี้คืออะไร?? สารที่ฉีดมีชื่อว่า กลูตาไทโอน ( Glutathione) ซึ่งนับว่าเป็นยาชนิดหนึ่งไม่ใช่วิตามินหรืออาหารเสริมใดๆ มีทั้งในรูปแบบของยากินและยาฉีด ปัจจุบันยังไม่เป็นยาที่ได้รับอนุญาติให้ใช้ในประเทศไทย

กลูตาไทโอน( glutathione ) เป็นยาที่ใช้ในกามในคนไข้โรคตับ ภูมิต้านทานบกพร่อง โรคหัวใจ ส่วนรายงานในเรื่องการรักษาทำให้ผิวขาวยังไม่มีรายงานที่แน่ชัด ส่วนความปลอดภัยในการฉีดพบว่าสารกลูตาไทโอนสามารถทำให้เกิดการแพ้ชนิดร้ายแรงได้ ดังนั้นการฉีดเพื่อตัวขาวจึงต้องระมัดระวังอย่างยิ่ง

นพ. สมนึก อมรสิริพาณิชย์
อเมริกันบอร์ดทางผิวหนัง

สารตัวนี้มีลักษณะ เป็นอณูของโปรตีนที่เกิดจาก กรด อะมิโน 3 ชนิด มาประกอบกันคือ Cysteine Glutamate และ Glycine โดยปกติเซลล์ในร่างกายสามารถสร้างเองได้ จากกระบวนปฏิกิริยา ชีวเคมีในเซลล์ทั่วไป แต่ที่ทำงานสร้าง สารนี้มากที่สุดก็คือ ที่ตับของเรา การสร้างสารนี้ต้องอาศัย เอนไซม์ อย่างน้อย 2 ชนิด ดังนั้น หากมียีนผิดปกติเกี่ยวกับเอนไซม์ ทั้ง2 ชนิดนี้ก็จะไม่สามารถสร้างสารตัวนี้ได้

สารชนิดนี้มีบทบาทสำคัญในการควบคุมสารอณุมูลอิสระในร่างกาย การสร้างสารซ่อมแซม เซลล์ และ ทำปฏิกิริยาขจัดสารพิษที่เกิดในร่างกาย หากการสร้างสารนี้ผิดปกติหรือไม่สร้าง จะทำให้เสียชีวิตใน1-2 เดือนหลังคลอดได้

สารชนิดนี้เมื่อถูกสร้างก็จะถูกใช้ไปเป็นลำดับ หาก การใช้มีมากก็ต้องทดแทนมากขึ้นโดยการสร้าง ถ้ามีการวัดสาร Glutathione ว่าถูกใช้ไปเท่าไรก็จะสามารถบ่งบอกสภาวะความเครียดของร่างกายได้

การให้สาร Glutathione ทดแทนและเสริมนั้นสามารถทำได้โดยการรับประทาน สารที่เป็นวัตถุดิบคือ N-acetyl cysteine หรือรับประทานอาหาร ที่มีสารวัตถุดิบหลักนี้ตามธรรมชาติ เช่น รับประทาน yogurt, granola, duck, oatmeal flakes, toasted wheat germ, cottage cheese

แต่การกินสาร Glutathione โดยตรงจะไม่สามารถดูดซึมได้ดีเท่าที่ควร

ความนิยมทีใช้สาร Glutathione เพื่อให้ผิวขาวขึ้นนั้น อาจจะมาจาก ความพยายามที่จะให้สาร Glutathione ไปยับยั้งการสร้าง เม็ดสี เพราะสาร Glutathione สามารถกดการทำงานของของเอนไซม์ที่ผลิตเม็ดสีได้ชั่วคราว แต่ทำไมถึงต้องนำมาฉีดกัน คำตอบง่ายๆก็คือ พยายามทำให้ซับซ้อนขึ้นจะได้ต้องมาพบแพทย์ เพื่อประโยชน์ทางธุรกิจเท่านั้นเอง

เพราะ เราสามารถรับประทานอาหารที่เสริมสร้าง Glutathione ได้โดยตรงหรือ สามารถรับประทาน N-acetyl cysteine เสริมก็ได้ มีราคาประหยัดว่า และ ปลอดภัยกว่า

โทษของการฉีดสาร Glutathione มีหรือ ไม่ น่าจะต้องมีเพราะ ปฏิกิริยาในการสร้าง สารนี้ถูกจำกัดด้วยเอนไซม์โดยตรงที่ต้องหยุดสร้างเพื่อรักษาสมดุล ดังนั้นสารนี้จึงห้ามมีมากเกินไปในธรรมชาติ หากจะอ้างเรื่องการฉีดเพื่อประโยชน์ต่อผู้ป่วย คงต้องมีการเจาะวัดระดับ สารตัวนี้ว่าอยู่ในระดับที่สมดุลหรือไม่เป็นการควบคุมโดยตรงในทุกครั้งที่มีการฉีดจึงจะมีเหตุผล

การฉีดสารนี้มีการทำกันเฉพาะกรณี ฉุกเฉินและเป็นกังวลต่อชีวิต เช่น การฉีดเพื่อรักษากล้ามเนื้อ หัวใจขาดเลือดเพราะมีเส้นเลือดอุดตัน หรือ ฉีดเพื่อเพิ่มการไหลเวียนของเลือด ระหว่างการผ่าตัดทำ cardiopulmonary bypass ทั้งนี้เพราะสาร Glutathione สามารถกระตุ้นการสร้าง Nitric oxide ซึ่งมีฤทธิ์ขยายหลอดเลือดได้ แต่การขยายตัวของเลือดจะทำให้เกิดความดันต่ำและทำให้หัวใจเกิดปัญหาได้เหมือนกัน นอกจากนี้ยังสามารถทำให้เกร็ดเลือดไม่จับตัวกันทำให้เลือดหยุดช้ากว่าปกติ

มีผู้รู้หลายท่าน มีความกังวลว่าหากมีสาร Glutathione ในร่างกายมากเกินไปจะสามารถทำให้มะเร็งลุกลามได้เร็วกว่าปกติ เพราะเลือดสามารถไปเลี้ยงมะเร็งได้มากขึ้น และกระบวนการทำลายมะเร็งก็จะลดประสิทธิภาพลง

บทความนี้จึงมีไว้เตือนผู้บริโภคที่กำลังสับสนกับการบริการของแพทย์ที่ ด่วนสรุปและเห็นแต่ผลดี แต่ยังไม่รอบคอบที่จะมองอะไรอะไร ในระยะยาว ตามหน้าที่ของตนเอง

:: Share This ::

ข้อจำกัดของ IPL

ปัจจุบันมีการนำเครื่องมือผลิตแสงรวมชนิดหนึ่งที่เรียกว่า Intense Pulse Light หรือ IPL นำมาใช้อย่างแพร่หลายทั้งในด้านการรักษาโรคผิวหนังและเรื่องเกี่ยวกับความสวยงาม ทั้งมีการโฆษณาอย่างมากว่าเป็น IPL เทคโนโลยีใหม่ช่วยในการรักษาสิว รอยแดงสิว ยกกระชับ ทำหน้าใส กำจัดขน ภายในการรักษาเพียงครั้งเดียวแท้ที่จริงแล้ว IPL คืออะไร

IPL คือเครื่องกำเนิดแสงรวมที่ไม่เฉพาะเจาะจงชนิดหนึ่งซึ่งผลิตแสงที่มีความยาวช่วงคลื่นตั้งแต่ 500-1200 nm ( ต่างจากเลเซอร์ที่ผลิตแสงออกมาช่วงคลื่นเดียว ) ดังนั้นหากพิจารณาถึงข้อดีว่าIPL เครื่องเดียวสามารถใช้ในการรักษาเหมือนเลเซอร์หลายเครื่อง ความจริงเป็นเช่นไร

ยกตัวอย่างเช่น หากต้องการรักษารอยแดงของสิวซึ่งปัจจุบันเป็นที่ยอมรับว่าแสงที่จุดคลื่น 595nm เป็นจุดคลื่นที่ดีที่สุดในการแก้ไขรอยแดง ในช่วงคลื่นของ IPL ซึ่งอยู่ในช่วง 500-1200nm ก็มีคลื่น 595nm รวมอยู่ด้วย แต่ปัญหามีอยู่ว่าถ้าต้องการพลังงานจากจุดคลื่น 595nm ที่สามารถรักษารอยแดงได้ดีจำเป็นต้องเพิ่มพลังงานในช่วงคลื่น 500-1200nm ทั้งหมด ซึ่งเกิดปัญหาการใช้พลังงานที่มากเกินไปทำให้เพิ่มโอกาสการไหม้ของผิวหนังมากขึ้นและหากต้องลดพลังงานลงจะทำให้การรักษาIPL ได้ผลไม่ดีหรือไม่ได้ผลเลย

อีกประเด็นนึงของ IPL คือเทคโนโลยีไหนดีกว่ากันเพราะปัจจุบันการโฆษณาIPL กันมากมาย และราคาก็แตกต่างกันมากความแตกต่างนี้เกิดจากเทคโนโลยี IPL เป็นเครื่องกำเนิดแสงรวม การผลิตแสงทำได้ง่ายแต่จะผลิตให้ความบริสุทธิ์ของแสงที่ออกมาให้ดีนั้นเป็นเรื่องยาก ดังนั้นเครืองมือที่มีราคาถูกมักมีขนาดของหัว IPL เล็ก( ทราบได้จากถ้าต้องยิง IPL ทั่วหน้ามากกว่า 50 ช้อตแสดงว่าหัว IPL เล็ก ) หัวที่มีขนาดเล็กทำให้แสงผ่านลงใต้ผิวหนังได้น้อยกว่า พลังงานที่ใช้ยิงเครื่องราคาถูกจะให้พลังงานที่ต่ำและไม่สม่ำเสมอ ( ต่างจากเลเซอร์ที่ให้พลังงานคงที่ตลอดการรักษา ) ซึ่งประเด็นนี้การตรวจสอบคงจะยากหน่อย อาจทราบได้จากเครื่อง IPL ยี่ห้ออะไร นำเข้าจากประเทศอะไร ถ้าเป็นจากประเทศจีนก็จะคุณภาพต่ำ ซึ่งในปัจจุบัน IPL มากกว่า50% ในไทยใช้จากประเทศจีน

ดังนั้นควรพิจารณาอย่างรอบคอบว่า ถ้าจะทำ IPL จะทำเพื่อจุดประสงค์ใด หากต้องการจะทำ IPL จะทำอย่างไรให้เกิดประสิทธิภาพดีที่สุด ไม่ใช่ทำเพราะคำโฆษณา

ทีมงาน SVJ Laser Clinic
บทความโดย
นพ.วิสิฏฐ ศรีสนิท
แพทย์ศาสตร์ รามาธิบดี
Dlploma in Dermatology (Institue of Dermatology BKK)

:: Share This ::

สาร Glutathione สำหรับทำให้ผิวขาวที่กำลังเป็นที่นิยม

สารตัวนี้มีลักษณะ เป็นอณูของโปรตีนที่เกิดจาก กรด อะมิโน 3 ชนิด มาประกอบกันคือ Cysteine Glutamate และ Glycine โดยปกติเซลล์ในร่างกายสามารถสร้างเองได้ จากกระบวนปฏิกิริยา ชีวเคมีในเซลล์ทั่วไป แต่ที่ทำงานสร้าง สารนี้มากที่สุดก็คือ ที่ตับของเรา การสร้างสารนี้ต้องอาศัย เอนไซม์ อย่างน้อย 2 ชนิด ดังนั้น หากมียีนผิดปกติเกี่ยวกับเอนไซม์ ทั้ง2 ชนิดนี้ก็จะไม่สามารถสร้างสารตัวนี้ได้ สารชนิดนี้มีบทบาทสำคัญในการควบคุมสารอณุมูลอิสระในร่างกาย การสร้างสารซ่อมแซม เซลล์ และ ทำปฏิกิริยาขจัดสารพิษที่เกิดในร่างกาย หากการสร้างสารนี้ผิดปกติหรือไม่สร้าง จะทำให้เสียชีวิตใน1-2 เดือนหลังคลอดได้

สารชนิดนี้เมื่อถูกสร้างก็จะถูกใช้ไปเป็นลำดับ หาก การใช้มีมากก็ต้องทดแทนมากขึ้นโดยการสร้าง ถ้ามีการวัดสาร Glutathione ว่าถูกใช้ไปเท่าไรก็จะสามารถบ่งบอกสภาวะความเครียดของร่างกายได้

การให้สาร Glutathione ทดแทนและเสริมนั้นสามารถทำได้โดยการรับประทาน สารที่เป็นวัตถุดิบคือ N-acetyl cysteine หรือรับประทานอาหาร ที่มีสารวัตถุดิบหลักนี้ตามธรรมชาติ เช่น รับประทาน yogurt, granola, duck, oatmeal flakes, toasted wheat germ, cottage cheese

แต่การกินสาร Glutathione โดยตรงจะไม่สามารถดูดซึมได้ดีเท่าที่ควร
ความนิยมทีใช้สาร Glutathione เพื่อให้ผิวขาวขึ้นนั้น อาจจะมาจาก ความพยายามที่จะให้สาร Glutathione ไปยับยั้งการสร้าง เม็ดสี เพราะสาร Glutathione สามารถกดการทำงานของของเอนไซม์ที่ผลิตเม็ดสีได้ชั่วคราว แต่ทำไมถึงต้องนำมาฉีดกัน คำตอบง่ายๆก็คือ พยายามทำให้ซับซ้อนขึ้นจะได้ต้องมาพบแพทย์ เพื่อประโยชน์ทางธุรกิจเท่านั้นเอง เพราะ เราสามารถรับประทานอาหารที่เสริมสร้าง Glutathione ได้โดยตรงหรือ สามารถรับประทาน N-acetyl cysteine เสริมก็ได้ มีราคาประหยัดว่า และ ปลอดภัยกว่า
โทษของการฉีดสาร Glutathione มีหรือ ไม่ น่าจะต้องมีเพราะ ปฏิกิริยาในการสร้าง สารนี้ถูกจำกัดด้วยเอนไซม์โดยตรงที่ต้องหยุดสร้างเพื่อรักษาสมดุล ดังนั้นสารนี้จึงห้ามมีมากเกินไปในธรรมชาติ หากจะอ้างเรื่องการฉีดเพื่อประโยชน์ต่อผู้ป่วย คงต้องมีการเจาะวัดระดับ สารตัวนี้ว่าอยู่ในระดับที่สมดุลหรือไม่เป็นการควบคุมโดยตรงในทุกครั้งที่มีการฉีดจึงจะมีเหตุผล

การฉีดสารนี้มีการทำกันเฉพาะกรณี ฉุกเฉินและเป็นกังวลต่อชีวิต เช่น การฉีดเพื่อรักษากล้ามเนื้อ หัวใจขาดเลือดเพราะมีเส้นเลือดอุดตัน หรือ ฉีดเพื่อเพิ่มการไหลเวียนของเลือด ระหว่างการผ่าตัดทำ cardiopulmonary bypass ทั้งนี้เพราะสาร Glutathione สามารถกระตุ้นการสร้าง Nitric oxide ซึ่งมีฤทธิ์ขยายหลอดเลือดได้ แต่การขยายตัวของเลือดจะทำให้เกิดความดันต่ำและทำให้หัวใจเกิดปัญหาได้เหมือนกัน นอกจากนี้ยังสามารถทำให้เกร็ดเลือดไม่จับตัวกันทำให้เลือดหยุดช้ากว่าปกติ
มีผู้รู้หลายท่าน มีความกังวลว่าหากมีสาร Glutathione ในร่างกายมากเกินไปจะสามารถทำให้มะเร็งลุกลามได้เร็วกว่าปกติ เพราะเลือดสามารถไปเลี้ยงมะเร็งได้มากขึ้น และกระบวนการทำลายมะเร็งก็จะลดประสิทธิภาพลง
บทความนี้จึงมีไว้เตือนผู้บริโภคที่กำลังสับสนกับการบริการของแพทย์ที่ ด่วนสรุปและเห็นแต่ผลดี แต่ยังไม่รอบคอบที่จะมองอะไรอะไร ในระยะยาว ตามหน้าที่ของตนเอง

นพ. สมนึก อมรสิริพาณิชย์
อเมริกันบอร์ดทางผิวหนัง

:: Share This ::

การกำจัดขยะทางการแพทย์ด้านความงาม

บทความนี้เขียนขึ้นเพื่อทำความเข้าใจกันในหมู่ผู้ที่เกี่ยวข้องกับเครื่องมือเครื่องใช้ที่ใช้สำหรับดูแลความสวยงามในคลินิกสมัยใหม่

ขยะที่ว่ามีอะไรบ้าง

– เข็มฉีดยาที่ใช้แล้ว
– ขวดบรรจุ Botox ที่ใช้หมดแล้ว
– Dermaroller ที่ใช้ครบจำนวนครั้งแล้ว
– เข็มบรรจุ Restylane สำเร็จรูปที่ใช้เสร็จแล้ว

สิ่งของเหล่านี้หากไม่ได้พิจารณาให้ถี่ถ้วน เราสามารถทิ้งหรือให้คนไข้เอากลับบ้านได้โดยไม่ต้องคิดอะไรหรือ อีกนัยหนึ่งสามารถทิ้งลงถังขยะเรื่อยเปื่อยก็ได้ แต่หากเราในฐานะปัญญาชนจะคิดสักนิดหนึ่งว่า สิ่งที่กล่าวข้างต้นสามารถนำไปใช้ในทางที่ผิดได้และสามารถก่อให้เกิดโทษได้โดยที่เราไม่รู้ตัว ก็จะทำให้เราระมัดระวังและมีมาตรการในการจัดเก็บขยะเหล่านี้ในวิถีทางที่ดีกว่าเดิม เช่น

เข็มฉีดยาสามารถถูกกระจายและนำไปใช้ในการฉีดยาเสพติด ให้โทษ

ขวดบรรจุ Botox อาจจะถูกนำไปใส่สารที่ม่มราบว่าเป็นสารอะไรแล้วถูกกล่าวอ้างว่าเป็นขวด Botox ที่สามารถขายได้ขวดละเป็นหมื่นบาท

Dermaroller อาจถูกนำไปแช่น้ำยาแล้วขายต่อ หรือ นำไปทำการรักษาโดยผู้ที่ไม่มีความระมัดระวังเรื่องการติดเชื้อสามารถเป็นแหล่งกระจายเชื้อโรค และการทำให้เกิดแผลเป็น

เข็มบรรจุ Restylane ก็อาจถูกไปบรรจุสารเจลใสที่สามารถถูกนำไปขายและถูกนำไปใช้ทำให้เกิดผลเสียต่างๆตามมา เช่น เกิด ปฏิกิริยาภูมิแพ้ เกิดการติดเชื้อได้

ดังนั้น แนวทางการเก็บรักษาขยะเหล่านี้จึงจำเป็นต้องมีมาตรการที่เข้มงวดเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดผลมีพึงประสงค์ต่อสังคม

แนวทางมีดังนี้

ไม่ให้เข็มฉีดยา หรือ ขวด Botox, Dermaroller และ หลอดยาฉีด Restylane กับคนไข้ไม่ว่ากรณีใดๆก็ตาม
ทำลายสิ่งของเหล่านี้ให้อยู่ในสภาพที่ไม่สามารถใช้งานได้อีก ก่อนทิ้งเป็นขยะตามกฎกระทรวงสาธารณสุขที่ให้มีการจัดเก็บขยะเหล่านี้เฉพาะ ชี้แจงให้ประชาชนทราบถึงเหตุที่ไม่สามารถให้ผู้ป่วยนำสิ่งของเหล่านี้กลับบ้านและคิดว่าเป็นสมบัติ

โดย น.พ. สมนึก อมรสิริพาณิชย์

:: Share This ::

โรคหน้าลอก( เซ็บเดิร์ม ) มาพร้อมหน้าหนาว

เข้าหน้าหนาวแล้วสาวๆบางคนมักจะมีอาการผิวหนังชนิดหนึ่งถามหานั่นคืออาการหน้าลอกเป็นขุยๆและมีผื่นแดงข้นโดยเฉพาะบริเวณรอบจมูก รอบปาก หัวคิ้ว ไรผมหรือแม้กระทั่งรังแค เป็นที่น่ารำคาญใจทั้งตนเองและคนใกล้ชิด อาการเหล่านี้เป็นอาการแสดงของโรคหน้าลอกหรือเซ็บเดิร์ม

โรคเซ็บเดิร์มเป็นโรคผิวหนังที่พบได้บ่อยมาก อาการจะเป็นๆหายๆเมื่อได้รับสิ่งกระตุ้นต่างๆจะทำให้เซ็บเดิร์มมีอาการแย่ลง ดังนั้นควร

หลีกเลี่ยงพฤติกรรมดังต่อไปนี้
1. ไม่แกะเกาผิวหนังที่ลอก ด้วยความเชื่อหรือความเคยชิน
2. หลีกเลี่ยงการล้างหน้าบ่อยเกินความจำเป็น
3. หลีกเลี่ยงการใช้สบู่
4. หลี่กเลี่ยงการใช้โลชั่นทำความสะอาดที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอลล์
5. หลีกเลี่ยงการใช้น้ำอุ่นล้างหน้าเพราะน้ำอุ่นทำให้หน้าแห้ง
6. หลีกเลี่ยงอาหารทะเล ของดอง กาแฟ

ปฏิบัติตัวดังนี้
1. พักผ่อนให้เพียงพอ
2. ออกกำลังกายบ้าง
3. ทาครีมบำรุงผิวแนะนำให้เป็น ครีมหรือครีมขี้ผึ้ง
4. ล้างหน้าด้วยน้ำเย็น
5. รับประทานผัก ผลไม้ น้ำมันปลา

เพียงเท่านี้ปัญหาเซ็บเดิร์มก็จะทุเลาลงอย่างมาก แต่หากอาการรุนแรงควรปรึกษาแพทย์จะดีที่สุด

:: Share This ::