Filler สำหรับตัวผมถือว่าเป็นศิลปะทางด้านความสวยงามอย่างนึงเลยครับ ผมชอบมากๆเวลาฉีดให้คนไข้แล้วดูผลงานของตัวเอง ( ไม่เกิน1หลอด ) แต่เนื่องจากปัญหาที่เกิดขึ้นมากมายทั้งตาบอด ทั้งเนื้อตาย ดังนั้นก่อนทำการรักษาควรพิจารณาอย่างรอบคอบนะครับ

 

1. หมอที่ทำการฉีด เป็นหมอจริงรึเปล่าไม่ใช่หมอกระเป๋า

 

 

2. สถานที่ฉีด ควรเป็นสถานบริการ เช่น โรงพยาบาล คลินิก ไม่ใช่ตามบ้าน
จะมาอ้างว่าหมอจริงมาฉีดให้ที่บ้านก็ไม่ได้

 

 


3. สารที่ฉีด คืออะไร แนะนำว่าต้องเป็น HA ( hyaluronic acid ) เท่านั้น
สารอื่นผมไม่แนะนำ

 

 


4. สาร HA ยี่ห้ออะไรดี ตามประสบการณ์ของผมที่ฉีด Filler ให้คนไข้มา ยา HA ที่แพงที่สุด
มีอยู่ 2 ยี่ห้อ คือ Juvederm จากบริษัท allergan และ restylane นำเข้าโดยบริษัท ธิซเซิล
ซึ่งทั้งสองตัวนี้ผ่าน อย.ไทย และ สหรัฐอเมริกา โดยมีอีกหลายยี่ห้อครับที่ผ่าน อย.
ให้ใช้ได้ แต่ผมไม่มีประสบการณ์ และราคาจะถูกกว่า 2 ยี่ห้อแรก

 


5. ตำแหน่งที่ฉีด อันนี้ขึ้นอยู่กับประสบการณ์ของแพทย์ที่ฉีด แต่จุดที่เสี่ยงๆ
คือ หน้าผาก ใต้ตา และจมูก ตำแหน่งเหล่านี้ถ้าฉีด ต้องระมัดระวัง และจำนวน
ที่ฉีดต้องน้อย ( แต่ส่วนใหญ่หมอมักชวนให้ฉีดเยอะเพราะได้ตังค์555 )

 


6. ฉีดครั้งนึงไม่ควรเกิน 2หลอด จริงๆผมฉีดครั้งนีงไม่เคยเกิน 1หลอด สวยแบบธรรมชาติ
ดีกว่าสวยแบบพลาสติกครับ และยิ่งฉีดมากยิ่งอันตรายมากจากการไปกดทับเส้นเลือด
โดยเฉพาะฉีด #เสริมจมูก ถ้าฉีดครั้งละ 1หลอดเพื่อเสริมจมูก อันตรายครับ

 


7. หูหนักเข้าไว้ อย่าหลงเป็นทาสเรื่องราคา ราคาที่ถูก ถ้าเป็นหลักพัน ผมบอกได้เลยว่า
ของปลอม เจอมาแล้วครับ 2 ยี่ห้อข้างบนนี่แหละครับคนไข้เอากล่องมาให้ดู

 

Filler สำหรับตัวผมถือว่าเป็นศิลปะทางด้านความสวยงามอย่างนึงเลยครับ ผมชอบมากๆเวลาฉีดให้คนไข้แล้วดูผลงานของตัวเอง ( ไม่เกิน1หลอด ) แต่เนื่องจากปัญหาที่เกิดขึ้นมากมายทั้งตาบอด ทั้งเนื้อตาย ดังนั้นก่อนทำการรักษาควรพิจารณาอย่างรอบคอบนะครับ